กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ออกประกาศมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษาและสถานที่ทำงานภายใต้สังกัดของกระทรวงฯ โดยเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการป้องกันและเฝ้าระวังอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องสุขภาพของนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา

เหตุผลในการออกมาตรการ
ปัจจุบัน การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้ามีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและอารมณ์ของเยาวชนไทยอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะถูกกำหนดให้เป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2557 และผู้ที่มีไว้ในครอบครองถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 แต่ยังพบว่ามีการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายในกลุ่มเยาวชนอย่างต่อเนื่อง
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 เห็นชอบตามข้อเสนอของนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการควบคุมการเข้าถึงและการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา
มาตรการที่กำหนดโดยกระทรวงศึกษาธิการ
- สร้างความตระหนักรู้ – ให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าต่อสุขภาพและผลกระทบทางกฎหมาย โดยสามารถสอดแทรกเนื้อหาในหลักสูตรการเรียนการสอน จัดกิจกรรมรณรงค์ หรือเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อประชาสัมพันธ์
- กำหนดเขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า – ให้สถานศึกษาติดตั้งป้ายหรือเครื่องหมายแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสถานที่นั้นเป็นเขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า
- สอดส่องดูแลและป้องกัน – ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาต้องเฝ้าระวังและป้องกันมิให้นักเรียน นักศึกษา หรือบุคลากรเข้าไปเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการสูบ การจำหน่าย หรือการสนับสนุนในรูปแบบใด
- ลงโทษทางวินัยหากพบการกระทำผิด – หากมีการตรวจพบหรือได้รับรายงานว่าข้าราชการ ครู บุคลากรทางการศึกษา หรือเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ให้ดำเนินการทางวินัยทันทีตามอำนาจหน้าที่
ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ศธ. ขอให้หัวหน้าส่วนราชการในสังกัด องค์กรในกำกับ และผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ปฏิบัติตามมาตรการนี้อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนและบุคลากรทางการศึกษา สร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
การดำเนินมาตรการครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการลดปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ผู้ปกครอง และประชาชน เพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการปกป้องสุขภาพของเยาวชนไทย


